ผสมของใหญ่ไม่เละ! ทำไม เครื่องผสมลูกเต๋า ถึงตอบโจทย์สินค้าพรีเมี่ยม

เครื่องผสมแบบลูกเต๋า อยู่ในโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร ผสมวัตถุดิบชิ้นใหญ่ได้

สำหรับทีมวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R&D) และผู้จัดการฝ่ายผลิตในอุตสาหกรรมอาหาร การคิดค้นสูตรผลิตภัณฑ์ใหม่ที่โดดเด่นมักเริ่มต้นจากการคัดสรร “วัตถุดิบระดับพรีเมียม” ไม่ว่าจะเป็น เมล็ดกาแฟคั่วเกรดสเปเชียลตี้, ถั่วแมคคาเดเมียเต็มเมล็ด, ธัญพืชโฮลเกรน หรือผลไม้อบแห้งชิ้นโต

แต่ปัญหาที่วิศวกรและฝ่ายผลิตมักต้องเผชิญหน้างานจริงคือ ปัญหาวัตถุดิบแตกหักเสียหายระหว่างผสม ซึ่งไม่เพียงแต่ทำลายรูปลักษณ์ที่สวยงามของสินค้า แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างต้นทุนและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย

เมื่อวัตถุดิบพรีเมียม ต้องมาตกม้าตายในขั้นตอน "การผสม"

ลองจินตนาการถึงกราโนล่าสูตรพรีเมียมที่ทีม R&D ออกแบบมาอย่างดีให้มีส่วนผสมของถั่วและผลไม้ชิ้นใหญ่เพื่อสร้าง Texture ในการเคี้ยว แต่เมื่อผ่านกระบวนการผลิตจริงและออกมาจากเครื่องผสม ถั่วที่ควรจะเต็มเมล็ดกลับถูกปั่นจนกลายเป็นเศษเล็กเศษน้อย หรือเมล็ดกาแฟที่คั่วมาอย่างพิถีพิถันกลับมีรอยบิ่นและเกิดฝุ่นผงจำนวนมาก

นี่คือความน่าหงุดหงิดใจที่เกิดขึ้นในโรงงานหลายแห่ง เมื่อเครื่องจักรที่ใช้ไม่สอดคล้องกับลักษณะทางกายภาพของวัตถุดิบ ทำให้สินค้าที่ควรจะขายได้ในราคาสูง (High Margin) กลับสูญเสียมูลค่าไปอย่างน่าเสียดาย

ต้นทุนแฝงจาก "วัตถุดิบที่แหลกละเอียด" ที่ฝ่ายผลิตและ R&D ต้องแบกรับ

การแตกหักของวัตถุดิบระหว่างการผสม สร้างผลกระทบที่ลุกลามมากกว่าแค่เรื่องของความสวยงาม แต่เป็นปัญหาเชิงวิศวกรรมการผลิตที่สร้าง “ต้นทุนแฝง” (Hidden Costs) มหาศาล ดังนี้:

  • สูญเสียมูลค่าของสินค้า (Value Downgrade): สินค้าพรีเมียมที่ลูกค้าคาดหวังจะเห็นวัตถุดิบเต็มชิ้น เมื่อแตกหัก จะทำให้ Perceived Value หรือคุณค่าในสายตาลูกค้าลดลงทันที
  • ปัญหาความไม่สม่ำเสมอ (Segregation): เมื่อวัตถุดิบชิ้นใหญ่แตกออกเป็นฝุ่นผง ฝุ่นเหล่านั้นมักจะตกลงสู่ก้นถังผสม ทำให้เกิดความไม่สม่ำเสมอ (Inhomogeneous) ในแต่ละบรรจุภัณฑ์ บางซองอาจมีแต่ผง บางซองอาจมีแต่ชิ้นใหญ่ ซึ่งนำไปสู่ข้อร้องเรียนจากลูกค้า (Customer Complaints)
  • สูญเสีย Yield และต้นทุนวัตถุดิบ: ฝ่ายผลิตต้องสูญเสียวัตถุดิบราคาแพงไปกับเศษฝุ่นที่ต้องคัดทิ้ง (Reject) ทำให้ต้นทุนต่อหน่วย (Cost per Unit) พุ่งสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น

ถอดรหัสวิศวกรรมการผสม เสนอทางออกด้วยเทคโนโลยีที่เข้าใจวัตถุดิบ

เพื่อแก้ปัญหานี้อย่างยั่งยืน เราต้องกลับมาพิจารณาที่หลักการทำงาน (Mechanics) ของเครื่องผสมที่คุณกำลังใช้งานอยู่

เครื่องผสมแนวตั้ง (Vertical Mixer) vs เครื่องผสมแบบลูกเต๋า (Cube Blender)

ในระบบอุตสาหกรรมทั่วไป เครื่องผสมแนวตั้ง หรือเครื่องผสมแบบริบบอน (Ribbon Blender) เป็นที่นิยมอย่างมากในการผสมผงละเอียด เนื่องจากใช้ใบพัด (Agitator) ในการกวาดและตัด (Shear Force) วัตถุดิบให้เข้ากัน แต่กลไกการใช้ “ใบพัดตัดและเสียดสี” นี่เอง คือศัตรูตัวร้ายของวัตถุดิบชิ้นใหญ่และเปราะบาง

ในทางวิศวกรรมการผลิต หากคุณต้องการถนอมรูปร่างของวัตถุดิบ ทางออกที่ดีที่สุดคือการเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยี เครื่องผสมแบบลูกเต๋า (Cube Blender) ซึ่งออกแบบมาเพื่อจัดการกับวัตถุดิบที่ต้องการความทะนุถนอมขั้นสูงสุด

หลักการ Tumble Mixing ความนุ่มนวลที่ถนอมวัตถุดิบอย่างสมบูรณ์แบบ

เครื่องผสมแบบลูกเต๋า ทำงานด้วยหลักการที่เรียกว่า Tumble Mixing ซึ่งแตกต่างจากเครื่องผสมทั่วไปอย่างสิ้นเชิง:

  1. ไร้ใบพัดรบกวน (No Internal Blades): ภายในถังผสมแบบลูกเต๋าจะไม่มีใบพัดหรือแกนหมุนใดๆ ที่จะมากระแทกหรือบดขยี้วัตถุดิบของคุณ
  2. ใช้แรงโน้มถ่วงและการเคลื่อนที่แบบ 3 มิติ (Gravity & 3D Motion): เครื่องจะใช้การหมุนของตัวถังรูปทรงลูกเต๋าตามแกนทแยงมุม เมื่อถังหมุน วัตถุดิบจะถูกยกขึ้นและกลิ้งตกลงมาทับซ้อนกันซ้ำๆ อย่างนุ่มนวล
  3. ลดแรงเสียดทาน (Low Shear Force): การผสมลักษณะนี้จะสร้างแรงเสียดทานต่ำมาก ทำให้มั่นใจได้ว่าโครงสร้างของวัตถุดิบจะไม่ถูกทำลาย ไม่เกิดความร้อนสะสม และผสมเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์แบบ (Homogeneous blend)

กลุ่มสินค้ามูลค่าสูงที่เหมาะกับเครื่องผสมแบบลูกเต๋า

ด้วยคุณสมบัติการผสมที่นุ่มนวล เครื่องผสมแบบลูกเต๋าจึงกลายเป็นมาตรฐานทองคำ (Gold Standard) สำหรับอุตสาหกรรมเหล่านี้:

  • อุตสาหกรรมกาแฟ: การผสมเมล็ดกาแฟคั่วสายพันธุ์ต่างๆ (House Blend) โดยไม่ทำให้เมล็ดแตกหัก หรือเกิดฝุ่นกาแฟที่ส่งผลต่อรสชาติ
  • ธัญพืชและกราโนล่า: อาหารเช้าหรือซีเรียลที่มีส่วนผสมของข้าวโอ๊ต ถั่ว และผลไม้อบแห้งชิ้นใหญ่ ที่ต้องการรักษารูปร่างให้สวยงามน่ารับประทาน
  • ขนมขบเคี้ยวและสแน็คพรีเมียม (Premium Snacks): การคลุกเคล้าส่วนผสม หรือการผสมผงปรุงรสลงบนชิ้นขนมที่เปราะบาง เช่น มันฝรั่งทอด ข้าวเกรียบ หรือป๊อปคอร์น โดยไม่ทำให้ชิ้นขนมหักป่น

อัปเกรดมาตรฐานการผลิต ด้วยเทคโนโลยีการผสมที่เข้าใจวัตถุดิบของคุณ

การลงทุนค้นคว้าและจัดหาวัตถุดิบที่ดีที่สุดของทีม R&D จะสูญเปล่าทันที หากกระบวนการผลิตไม่สามารถรักษาสภาพของวัตถุดิบนั้นไว้ได้จนถึงมือผู้บริโภค

การเลือกใช้ เครื่องผสมแบบลูกเต๋า ไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนเครื่องจักร แต่คือ “การลงทุนเพื่อรักษาคุณภาพ” (Quality Assurance) ช่วยลดต้นทุนความสูญเสีย เพิ่ม Yield ในการผลิต และยกระดับภาพลักษณ์สินค้าพรีเมียมของคุณให้ได้มาตรฐานอย่างแท้จริง

เพราะในโลกของวิศวกรรม ทฤษฎีที่ดีต้องพิสูจน์ได้ด้วยผลลัพธ์จริง
หากคุณกำลังประสบปัญหาวัตถุดิบแตกหักระหว่างการผสม หรือกำลังพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์พรีเมียมตัวใหม่ที่ต้องการความทะนุถนอมเป็นพิเศษ เราเข้าใจดีว่าการตัดสินใจเปลี่ยนกระบวนการผลิตเป็นเรื่องใหญ่

เราจึงขอเชิญชวนทีม R&D และฝ่ายผลิตของท่าน นำวัตถุดิบจริงของคุณ มาทดลองผสมด้วยเครื่องผสมแบบลูกเต๋าของเราได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อให้คุณได้สัมผัสถึงความแตกต่างของผลลัพธ์ และประเมินคุณภาพการผสมด้วยตัวคุณเอง ก่อนตัดสินใจ

ติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมเครื่องจักรของเราวันนี้ เพื่อนัดหมายทดสอบวัตถุดิบ (Material Testing) และปรึกษาแนวทางการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตของคุณให้สมบูรณ์แบบที่สุด โทร. 092-439-0099

เทคนิคผสมผงปรุงรสด้วย เครื่องผสมริบบอน ให้เข้ากันใน 5 นาที

เครื่องผสมริบบอน

ปัญหาคลาสสิกของคนทำสูตร เมื่อสเกลการผลิตแล้ว "รสชาติไม่เหมือนในห้องแล็บ"

สำหรับทีม R&D และ ฝ่ายผลิต (Production) ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม การคิดค้นสูตรผงปรุงรสที่อร่อยนั้นเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของความสำเร็จ เพราะความท้าทายที่แท้จริงคือ การขยายสเกลการผลิต (Scale-up)”

คุณเคยเจอปัญหานี้หรือไม่? สูตรที่ผสมในปริมาณน้อยๆ ออกมาสมบูรณ์แบบ แต่เมื่อต้องผสมในระดับ Batch ละ 100-500 กิโลกรัม กลับพบว่าผงปรุงรสกระจายตัวไม่สม่ำเสมอ บางถุงเค็มเกินไป บางถุงจืดชืด ยิ่งไปกว่านั้นคือ ต้องใช้เวลาปั่นนานกว่า 15-30 นาที กว่าส่วนผสมทั้งหมดจะเข้าเนื้อ ซึ่งนอกจากจะทำให้เสียเวลาแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อคุณภาพของวัตถุดิบอีกด้วย

เมื่อการผสมที่ "นานเกินไป" ไม่ใช่ทางออก แต่คือจุดเริ่มต้นของปัญหา

หลายโรงงานพยายามแก้ปัญหาส่วนผสมไม่เข้ากันด้วยการ เพิ่มเวลาในการกวน” แต่ในทางวิศวกรรมอุตสาหการ การทำเช่นนั้นกลับสร้างผลกระทบที่ซ่อนอยู่ (Hidden Costs) มากมาย ได้แก่:

  • ความร้อนสะสม (Friction Heat): การกวนที่นานเกินไปทำให้เกิดความร้อน ส่งผลให้ผงปรุงรสที่มีส่วนประกอบของน้ำตาล ไขมัน หรือเครื่องเทศบางชนิด ละลายและ จับตัวเป็นก้อน (Clumping)”
  • สูญเสียกลิ่นและรสชาติ: สารหอมระเหยในเครื่องเทศอาจระเหยหายไปเมื่อโดนความร้อนสะสมเป็นเวลานาน
  • คอขวดในสายการผลิต (Production Bottleneck): รอบการผลิต (Cycle Time) ที่ยาวนาน ทำให้ยอดผลิตต่อวันลดลง เพิ่มต้นทุนค่าไฟ และทำให้มอเตอร์ทำงานหนักเกินความจำเป็น
  • ความไม่สม่ำเสมอ (Inconsistency): หากเครื่องจักรมีจุดบอด (Dead Zone) ต่อให้ปั่นนานแค่ไหน วัตถุดิบที่อยู่ก้นถังก็ไม่มีทางผสมเข้ากับส่วนบนได้อย่างสมบูรณ์

วิศวกรรมการผสมไขความลับ ผสมให้จบใน 5 นาทีด้วย Ribbon Mixer

กุญแจสำคัญที่จะช่วยแก้ปัญหานี้คือ ความเร็ว (Speed) และ ความสม่ำเสมอ (Consistency) ซึ่งสามารถทำได้ด้วยการเข้าใจหลักการทำงานของเครื่องจักร และการปรับเทคนิคการใส่ส่วนผสม ดังนี้

1. เข้าใจหลักการทำงานของใบกวนแบบริบบอน (Ribbon Agitator)

เครื่องผสมริบบอน (Ribbon Mixer) ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหา Dead Zone โดยเฉพาะ หัวใจสำคัญคือ ใบกวน 2 ชั้น (Double-layer Ribbon)”

  • ใบกวนชั้นนอก จะผลักวัตถุดิบจากปลายถังเข้ามาที่ตรงกลาง
  • ใบกวนชั้นใน จะดันวัตถุดิบจากตรงกลางออกไปสู่ปลายถัง
    การเคลื่อนที่แบบสวนทางกันนี้ ทำให้เกิดการตัดข้ามกันของวัตถุดิบ (Cross-flow) สร้างสภาวะการผสมแบบ Convection ซึ่งหากองศาของใบกวนถูกออกแบบมาอย่างถูกต้อง จะสามารถทำให้วัตถุดิบเข้าเนื้อกันได้หมดจด ภายในเวลาเพียง 5 นาทีเท่านั้น

2. เทคนิคการลำดับวัตถุดิบ (Sequence of Addition)

ลำดับการใส่มีผลโดยตรงต่อระยะเวลาการผสม เพื่อป้องกันการจับตัวเป็นก้อน แนะนำให้ใช้เทคนิคดังนี้:

  • เริ่มจาก Base: ใส่ส่วนผสมที่มีปริมาณมากที่สุดก่อน (เช่น เกลือ, น้ำตาล, แป้ง) ลงไปประมาณครึ่งหนึ่ง
  • ตามด้วย Minor Ingredients: ใส่ส่วนผสมที่มีปริมาณน้อย (เช่น สีผสมอาหาร, วิตามิน, ผงปรุงรสเข้มข้น) กระจายลงไปให้ทั่ว
  • ปิดท้ายด้วย Base ที่เหลือ: เพื่อประกบส่วนผสมย่อยให้อยู่ตรงกลาง ช่วยให้การกระจายตัวดีขึ้นเมื่อเริ่มเดินเครื่อง

3. การจัดการกับ "ของเหลว" เพื่อลดปัญหาผงจับตัวเป็นก้อน

บ่อยครั้งที่สูตรผงปรุงรสต้องมีการเติมน้ำมัน กลิ่นสกัด หรือสีชนิดน้ำ การเทของเหลวลงไปตรงๆ จะทำให้เกิดก้อน (Lumps) ทันที เทคนิคที่วิศวกรแนะนำคือ การใช้หัวสเปรย์ (Spray Nozzles) พ่นของเหลวให้เป็นละอองฝอย ในขณะที่ใบกวนกำลังทำงานอยู่ วิธีนี้จะทำให้ของเหลวเคลือบผิวอนุภาคผงแป้งได้อย่างสม่ำเสมอโดยไม่จับเป็นก้อน

ยกระดับการผลิตด้วยเครื่องผสมริบบอน Deetech

แม้จะมีเทคนิคที่ดี แต่หากเครื่องจักรที่ใช้มีองศาใบกวนที่ไม่เหมาะสม หรือมอเตอร์ไม่ได้กำลัง การจะกดเวลาผสมให้เหลือ 5 นาทีพร้อมกับได้คุณภาพที่สม่ำเสมอนั้นแทบเป็นไปไม่ได้

หากโรงงานของคุณกำลังมองหาโซลูชันที่ตอบโจทย์ทั้งฝ่าย R&D และฝ่ายผลิต ขอแนะนำ เครื่องผสมริบบอน (Ribbon Mixer) จาก Deetech ที่ออกแบบมาสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและยาโดยเฉพาะ ด้วยการผสมผสานหลักการทางวิศวกรรมเข้ากับมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด

ทำไมผู้ผลิตอุตสาหกรรมชั้นนำถึงเลือกใช้ Ribbon Mixer ของ Deetech?

  • ใบกวน 2 ชั้น Design เฉพาะ: ออกแบบองศาใบกวนมาเป็นพิเศษ ลดเวลาการผสมได้เร็วกว่าเดิมถึง 2 เท่า ทำให้ส่วนผสมเข้ากันทั่วถึงทั้ง Batch ภายในเวลาอันสั้น ลดปัญหาความร้อนสะสม
  • หมดกังวลเรื่อง Downtime (อะไหล่พร้อมเปลี่ยน): เราเข้าใจดีว่าผงปรุงรสและเกลือมีความต้านทานการเสียดสี (Abrasive) ซึ่งอาจทำให้ใบกวนสึกหรอตามกาลเวลา Deetech มีทีมวิศวกรและ มีชิ้นส่วนอะไหล่ ไม่ต้องรอพรีออเดอร์นาน ให้การผลิตของคุณเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง
  • มาตรฐาน Food Grade & GMP/HACCP: ตัวเครื่องทำจากวัสดุ สเตนเลส SUS304 (หรือ 316 ตามต้องการ) ผิวขัดเงาพิเศษ ลดการตกค้างของวัตถุดิบ และทำความสะอาดได้ง่าย (Easy to clean)
  • ประสิทธิภาพและระบบ Safety ระดับโลก: ควบคุมการเปิด-ปิดวาล์ว (Discharge) ด้วยระบบ Pneumatic พร้อมอุปกรณ์ไฟฟ้าและระบบความปลอดภัยจากแบรนด์ชั้นนำ (Schneider, Omron, Pizzato)
  • รองรับการขยายระบบในอนาคต: มีขนาดตั้งแต่ 100 kg ไปจนถึง 1,000 kg+ พร้อมออกแบบให้เชื่อมต่อกับระบบ Vacuum Conveyor, สกรูลำเลียง, หรือเครื่องตรวจจับโลหะได้อย่างไร้รอยต่อ ผสมได้ทั้งผงแป้งและของเหลว

อย่าปล่อยให้เครื่องจักรที่ไม่ตอบโจทย์ มาจำกัดศักยภาพสูตรสินค้าของคุณ

ให้ทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญจาก Deetech ช่วยประเมินและให้คำปรึกษาการเลือกเครื่องผสมที่เหมาะสมกับวัตถุดิบของคุณ

📞 ติดต่อเราวันนี้ เพื่อพูดคุยกับวิศวกรฝ่ายขาย หรือนำวัตถุดิบของคุณเข้ามาทดสอบประสิทธิภาพการผสมด้วยตัวคุณเอง โทร. 092-439-0099

ประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้เครื่องผสมคุณภาพดี

คนสุขใจเมื่อใช้เครื่องผสมคุณภาพดี

ปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์:

เครื่องถังผสมช่วยให้วัตถุดิบต่างๆ ผสมเข้ากันได้อย่างทั่วถึง ทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสม่ำเสมอและตรงตามมาตรฐานที่กำหนด

เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต:

เครื่องถังผสมช่วยลดเวลาในการผสมวัตถุดิบ ทำให้กระบวนการผลิตเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ลดต้นทุนการผลิต:

การใช้เครื่องถังผสม / เครื่องผสม ที่เหมาะสมช่วยลดการสูญเสียวัตถุดิบ ลดการใช้พลังงาน และลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา

เพิ่มความปลอดภัยในการทำงาน:

เครื่องถังผสมที่ได้มาตรฐานและมีการบำรุงรักษาอย่างดี ช่วยลดความเสี่ยงของอุบัติเหตุในการทำงาน

เพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์:

เครื่องถังผสมสามารถใช้ผสมวัตถุดิบได้หลากหลายประเภท ทำให้สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ได้หลากหลายขึ้น

ควบคุมคุณภาพการผลิตได้ง่าย:

เครื่องถังผสมที่มาพร้อมกับระบบควบคุมที่ทันสมัย ช่วยให้สามารถควบคุมคุณภาพการผลิตได้อย่างแม่นยำ

สนใจเครื่องผสมคุณภาพดีของเรา สามารถคลิกดูรายละเอียดที่นี่

เครื่องผสมในงานอุตสาหกรรม อาหาร เคมี

เครื่องจักร มีทั้งเครื่องกวนอาหาร และเครื่องกวนเคมี

เครื่องผสมในงานอุตสาหกรรมอาหารและเคมีมีหลากหลายประเภท แต่ละประเภทมีคุณสมบัติและหลักการทำงานที่แตกต่างกันไป เพื่อให้เหมาะสมกับประเภทของวัตถุดิบและกระบวนการผลิตที่หลากหลาย ต่อไปนี้เป็นประเภทหลักของเครื่องผสมที่ใช้ในงานอุตสาหกรรมอาหารและเคมี:

1. เครื่องผสมแบบกวน (Agitator Mixer)

หลักการทำงาน:

ใช้ใบพัดหรือใบกวนหมุนเพื่อผสมวัตถุดิบเข้าด้วยกัน เหมาะสำหรับของเหลวหรือของเหลวกับของแข็ง

เหมาะสำหรับ:

อาหารเหลว เช่น น้ำผลไม้, นม, ซอส, เครื่องดื่ม, สารเคมีเหลว

ข้อดี:

ราคาไม่แพง, ใช้งานง่าย, เหมาะสำหรับอาหารและสารเคมีหลากหลายประเภท

ข้อเสีย:

อาจใช้เวลานานในการผสม, ไม่เหมาะกับวัตถุดิบที่มีความหนืดสูง

2. เครื่องผสมแบบริบบอน (Ribbon Mixer)

หลักการทำงาน:

ใช้ริบบิ้นหมุนเพื่อผสมวัตถุดิบที่เป็นผงหรือเม็ดเล็กๆ

เหมาะสำหรับ:

อาหารแห้ง เช่น ผงเครื่องปรุง, ผงเคมี, ธัญพืช

ข้อดี:

ผสมวัตถุดิบได้อย่างทั่วถึง, เหมาะสำหรับวัตถุดิบปริมาณมาก

ข้อเสีย:

ไม่เหมาะกับของเหลว, อาจทำให้เกิดการแตกหักของวัตถุดิบที่เปราะ

3. เครื่องผสมแบบ V-Shape (V-Shape Mixer)

หลักการทำงาน:

ใช้ถังรูปตัว V หมุนเพื่อผสมวัตถุดิบที่เป็นผงหรือเม็ดเล็กๆ

เหมาะสำหรับ:

อาหารแห้งที่มีความละเอียดสูง เช่น ผงยา, ผงเครื่องสำอาง

ข้อดี:

ผสมวัตถุดิบได้อย่างละเอียด, เหมาะสำหรับวัตถุดิบที่มีราคาแพง

ข้อเสีย:

ใช้เวลานานในการผสม, ไม่เหมาะกับของเหลว

4. เครื่องผสมแบบโม่ (Ball Mill)

หลักการทำงาน:

ใช้ลูกบอลโลหะหมุนในถังเพื่อบดและผสมวัตถุดิบที่เป็นของแข็ง

เหมาะสำหรับ:

การบดและผสมวัตถุดิบให้มีขนาดเล็กมาก เช่น ผงสี, ผงแร่

ข้อดี:

บดและผสมวัตถุดิบได้อย่างละเอียด, เหมาะสำหรับวัตถุดิบแข็ง

ข้อเสีย:

ใช้พลังงานมาก, อาจทำให้เกิดความร้อน

5. เครื่องผสมแบบ Homogenizer

หลักการทำงาน:

ใช้แรงดันสูงเพื่อทำให้ของเหลวผสมเป็นเนื้อเดียวกัน

เหมาะสำหรับ:

อาหารที่ต้องการความละเอียดสูง เช่น ครีม, น้ำสลัด, นม

ข้อดี:

ทำให้อาหารมีเนื้อสัมผัสเนียนละเอียด, ช่วยเพิ่มความคงตัวของอาหาร

ข้อเสีย:

ราคาสูง, ไม่เหมาะกับอาหารบางประเภท

หากต้องการได้รับคำแนะนำในการเลือกเครื่องผสมที่เหมาะสมกับ Product ของท่านสามารถติดต่อที่บริษัท ได้โดยตรง หรือโทร 092-439-0099